FINDERCARDS พันธมิตรผู้ให้บริการสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อออนไลน์ Online ผ่านเว็บไซต์ธนาคารโดยตรง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ 100%

บัตรเครดิตคืออะไร มีประโยชน์จริงมั้ย

บัตรเครดิตคืออะไร?
บัตรเครดิตเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทางธนาคารได้ทำการออกให้แก่ผู้ที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้แก่ชีวิต หรือออกให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติพอที่จะสามารถทำได้ บัตรเครดิตก็จะมีแบบ Visa แล้วก็ แบบMasterCard สิทธิประโยชน์ของแต่ละบัตรก็จะแตกต่างกันไปตามบัตร หรือตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคารต่างๆ  เพื่อที่จะทำให้เราสามารถมีเงินใช้ ได้จับจ่ายใช้สอยตามต้องการ ทำให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ทางธนาคารก็จะมีการป้องกันความปลอกภัยในการใช้บัตรเครดิตเอาไว้ด้วย และเสริมกับความเชื่อถือของแต่ละธนาคาร ด้วย ทำให้บางครั้งก็อาจจะสามารถทำให้เราทำความฝันและทุกๆเรื่องในชีวิตเป็นความจริงขึ้นมาได้ภายในไม่กี่นาที หรือทำให้เราซื้อของที่อยากจะได้ในขณะที่เราไม่มีเงินที่จะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นในการซื้อของใช้ที่เป็นของแบรนด์เนม หรือไม่เป็นแบรนด์เนม  แม้แต่จะซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา หรือช็อปปิ้งต่างๆ แม้แต่จะไปทานข้าวในร้านอาหารต่างๆกับครอบครัวกับคนที่เรารัก หรือกับเพื่อนๆก็สามารถทำได้ สามารถใช้ได้กับร้านค้า หรือสถานที่รับบัตรเครดิตเท่านั้น หรือร้านที่มีสัญญาลักษณ์ที่มีสัญญาลักษณ์ในการรับบัตรเครดิตต่างๆ ไม่พอแค่นี้ยังสามารถทำให้เรามีความสะดวกสบายขึ้นให้เรา สามารถไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆได้ ตามที่ต้องการ มาพอแค่นี้เรายังสามารถใช้บัตรเครดิตจองทัวร์ จองโรงแรม หรือแม้แต่จองสายการบิน เที่ยวบินต่างๆได้ โดยที่เราไม่ต้องพกเงินสดไปในสถานที่ต่างๆ เพียงแค่เรามีบัตรเครดิตก็สามารถทำตามความต้องการของเราได้แล้ว 

 ประโยชน์ของบัตรเครดิต?
หากเราจะมาพูดถึงข้อดีของบัตรเครดิตคงจะหนี้ไม่พ้นเรื่องของการนำเงินในอนาคตมาใช้เพื่อความสะดวกสบาย และใช้จ่ายในชีวิตก่อนที่เงินเดือนเราจะออก เรามาพูดถึงข้อดีและประโยชน์แบบรวมๆกัน  ข้อดีคือเราไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยากมากความ แล้วพกแบบหนาๆหนักกระเป๋า หรือถ้าเรามีเงินสดไม่พอบัตรเครดิตสามารถทำให้เราซื้อสินค้าที่เราต้องการได้เต็มวงเงิน ของสินค้าได้ ได้รับส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ในการใช้บัตร  เช่นหากเป็นบัตร Visa อาจจะได้ส่วนลดที่พิเศษ หรือ อาจจะได้สิทธิเหนือคนปกติก็ได้  หรือการมีบัตรเครดิตอาจจะได้โปรโมชั่นที่ทางธนาคารได้มีเงื่อนไขเอาไว้ก็ได้ และยังจะมีในส่วนของการผ่อนชำระแบบสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็น 0% ได้ จะได้กี่เดือนก็อยู่ตามเงื่อนไขที่ชี้แจ้งเอาไว้  ข้อดีต่อมาคือเราไม่จำเป็นที่ต้องผ่อนชำระสินค้าแบบเต็มจำนวนราคาสินค้า เราสามารถแบ่งชำระได้ ตามสภาพความคล่องตัวทางการเงินของแต่ละคน หรือตาม ไลฟ์สไตล์ของแต่ล่ะคน  บัตรเครดิตบางบัตร จะมีการสะสมคะแนน สะสมพอยท์ สามารถใช้พอยท์ แลกซื้อของ แลกไฟท์บิน ในการเดินทางได้ เหมือนยิ่งใช้ยิ่งคุมยิ่งได้พอยท์  ในการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าต่างๆที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เราสามารถตัดผ่านบัตรเครดิตได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชำระเองตามเค้าเตอร์เซอวิสต่างๆให้สินเปลืองค่ารถทำให้ชีวิตสะดวก สบายขึ้นมากๆทีเดียว หรือถ้าหากเราจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเงินสดที่เราแลกไปไม่พอใช้ หรือเรากลัวเงินสดหมด เราสามารถใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดได้  และทั้งหมดนี้เราจะมีเวลาในการชำระคืนเงินให้กับทางธนาคาร ได้นาน1ถึง2เดือนกันเลยที่เดียวทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตของแต่ล่ะบัตรด้วย หลังจากวันที่ตัดรอบบิล

คุณสมบัติหลักๆของผู้ที่ต้องการมีบัตรเครดิต มีอะไรบ้าง ?
เรามาพูดถึงที่ผู้มีสิทธิ์หรือคุณสมบัติของผู้ที่สามารถสมัครบัตรเครดิตได้กัน หลักๆแล้วก็จะเป็นบุคคลทั่วไป ที่มีอายุระหว่าง 20 ปี ขึ้นไป บางบัตรเครดิต บางธนาคารอาจจะ จำกัดอายุถึง อายุ 80 ปี เลยก็ได้ ส่วนรายได้ก็จะเป็นผู้ที่มีรายได้ขั้นต้ำ  15,000 บาทต่อเดือน หรือแล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคารกำหนด ก็จะมีในส่วนที่เป็นคนไทยที่มีสัญชาติไทย หรือจะเป็นชาวต่างชาติก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นชาติต่างชาติจะต้องมี work permit ในการทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วย ไม่เฉพาะชาติต่างชาติ หรือพนักงานประจำเท่านั้นที่สามารถสมัครบัตรเครดิตได้ ผู้ที่มีกิจการเป็นของตัวเอง หรือเจ้าของกิจการ ก็สามารถสมัครสมัครได้ แต่กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำตามที่ธนาคารตั้งเงื่อนไขเอาไว้ ในส่วนเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครบัตรเครดิตนั้น จะมีดังนี้

เอกสารการสมัคร ผู้มีรายได้ประจำ/ พนักงานบริษัท/ ข้าราชการ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงรายได้เช่นหนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนหนังสือรับรองการหักภาษี
  • สำเนาบัญชีธนาคารที่เป็นบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง3เดือนพร้อมหน้าสมุดที่ระบุชื่อ – เลขที่บัญชี

กรณีชาวต่างชาติ

  • ใบประกอบธุรกิจในไทยแนบสำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) และใบอนุญาตทำงานในไทย (Work Permit) 
  • เอกสารแสดงรายได้เช่นหนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือนหนังสือรับรองการหักภาษี
  • สำเนาบัญชีธนาคารที่เป็นบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง3เดือนพร้อมหน้าสมุดที่ระบุชื่อ – เลขที่บัญชี
  • และเอกสารอื่นๆเพิ่มเติมของชาวต่างชาติที่ธนาคารต้องการ

เจ้าของกิจการ/ อาชีพอิสระ

  • สำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาPassport
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัครย้อนหลัง6เดือนพร้อมหน้าสมุดที่ระบุชื่อและเลขที่บัญชี
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือทะเบียนการค้า 
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น 
  • และเอกสารอื่นๆเพิ่มเติมที่ทางธนาคารต้องการ

ความแตกต่างของแต่ละบัตร?
บัตรเครดิตหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่ามีกี่แบบ มีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไรวันนี้เราจะมาผู้ประเภทหลักๆของบัตรกัน บัตรเครดิตสามารถแบ่งการใช้บัตรได้ดังนี้ 

  1. บัตรเครดิตที่เราสามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (International Credit Card) เช่นจะบัตรเครดิตที่เป็นแบบ VISA แบบบัตร Master  แบบบัตร Diners Club และเป็นแบบบัตร American Express 
  2. บัตรเครดิตที่ใช้ได้ภายในประเทศ (Local Credit Card) อย่างเช่นบัตรเครดิตธนาคารต่างๆในประเทศ     ไทย เป็นต้น
  3. บัตรเครดิตที่สามารถใช้เฉพาะร้านค้า (Store Card หรือ Private Label) ได้แก่ บัตรเครดิตเซ็นทรัล บัตรเครดิตเทสโก้โลตัส โดยประมาณนี้
    • บัตรที่ให้บริการเฉพาะบัตรที่จะออกโดยธนาคารให้กับผู้ที่ต้องการใช้บัตรเครดิตเช่น บัตรเครดิต Visa, Mastercard เป็นต้น สิทธิพิเศษของบัตรเครดิตประเภทนี้มักจะไม่มีการจำกัดเงินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพราะว่าบัตรเครดิต Visa, Mastercard นี้จะเน้นไปที่นักธุรกิจที่มีรายได้ที่เยอะๆมากกว่า หรือเน้นไปที่บุคคลที่มีการเงินที่มั่นคงเท่านั้น
    • บัตรที่ออกให้จากธนาคารทั่วไป เป็นบัตรเครดิตที่คนทั่วๆไปใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง โดยเป็นบัตรเครดิตที่ธนาคารออกให้ กับเราได้ใช้เพื่อความสะดวกสบายในการชำระเงินอีกด้วย และบัตรเครดิตที่ถือได้ว่ามีความนิยมอย่างมากและบัตรประเภทนี้เป็นบัตรที่ชำระยอดหนี้สินนั้นเอง ซึ่งนิยมเก็บบัตรประเภทนี้ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
    • บัตรที่จะออกให้ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ บัตรพวกนี้ซึ่งเป็นบัตรที่ทางห้างสรรพสินค้าต่างๆได้ออกให้แก่ลูกค้าในการใช้ซื้อสินค้าของห้างสรรพสินค้านั้นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย เพื่อได้ส่วนลด หรืออภิสิทธิต่างๆที่เหนือกว่าใครๆ ให้ผู้ที่มีสิทธิถือบัตรหรือมีบัตรอยู่ในการซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้านั้น อย่างเช่น บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส เครดิตโฮมโปร  บิ๊กซี เดอะมอล์ เซ็นทรัล  เป็นต้น
    • บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ทำให้เรานั้นสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้เลยจาก ATM ได้เงินใช้จ่ายหมุนเวียนหรือใช้ซื้อสินค้าต่างๆนั้นเอง ทำให้สภาพทางการเงินคล่องตัวขึ้นมากกว่าเดินนั้นเอง บัตรกดเงินสดนี้ก็ถือได้ว่าสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้อยู่มากเช่นกัน อาจจะไม่ได้ต่างจากบัตรเครดิตเยอะมากนัก

และทั้งหมดนี้ก็จะมีเงื่อนไขในการใช้งานที่ต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของธนาคารที่จะสามารถเบิกถอนเงินได้ โดยจะมีค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยตามที่ผู้ให้บริการเป็นตัวกำหนด

ทำไมบัตรเครดิต ถึงได้รับความนิยมสูงมาก?
ด้วยความที่บัตรเครดิตสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเรามากมาย หรืออาจจะยกระดับชีวิตของคนเราขึ้นมาได้ ถึงทำให้ ผู้คนมีความต้องการบัตรเครดิตมากขึ้น เพราะทำให้ความฝันที่ต้องการในชีวิตเกิดขึ้นได้ง่ายๆเพียงไม่กี่นาที และตอบสนองความต้องการของคนในยุคปัจจุบันมากขึ้น พูดง่ายๆคือตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ค่อยชอบรออะไรนานๆ กลุ่มคนยุคใหม่ที่ต้องการเงินในอนาคตมาใช้ อาจจะตอบโจทย์และตรงจุดประสงค์มากๆ และอีกอย่าง คนในยุคปัจจุบัน อาจจะมองว่าการมีบัตรเครดิต หรือการพกบัตรเครดิตแทนการพกเงินสด หรือการไม่พกเงินสด และสะแนนสะสมสามารถสะสมเป็นเงินได้ อาจจะมีรสนิยมที่เท่ห์กว่าจึงทำให้ผู้คนมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จากการใช้บัตรเครดิต?
ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น หลักๆเลยของผู้ใช้บัตรเครดิตคือ ไม่รู้จักระมัดระวังในการใช้บัตร จนทำให้การการติดขัดทางการเงิน อย่างเช่น 

  • การใช้บัตรเครดิตหลายใบ จะทำให้เราไม่สามารถหมุนเครดิตของแต่ละบัตรได้ทัน และไม่ควรทำบัตรเครดิตหลายใบ ในขนาดที่เราจำกัดการใช้ไม่ได้
  • ปัญหาการกดเงินสดจากบัตรเครดิตเพราะบางคนอาจเลือกแก้ปัญหาด้วยการกดเงินสดจากบัตรเครดิตเป็นสิ่งที่ไม่ควรเอามากๆเลยเพราะบัตรเครดิตไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้สำหรับกดเงิน และการกดเงินสดจากบัตรเครดิตอาจจะช่วยให้เรามีเงินมาหมุนได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่มันจะเพิ่มปัญหาการเงินให้คุณในอนาคตถ้าหากเราไม่แพลนการใช้เงิน
  • การรูดบัตรเครดิตจนลืมดูวงเงินที่เราใช้ได้เพราะบัตรเครดิตช่วยให้การจับจ่ายง่ายขึ้นเพียงแค่รูดบัตรไม่กี่วินาที บางทีรูดไปเพลิน ๆ ไม่รู้ว่าจ่ายไปกี่บาทจนยอดจ่ายเต็มวงเงิน รู้ตัวอีกทีก็มีหนี้และหมุนเงินไม่ทันแล้ว
  • การผิดนัดที่ต้องชำระหรือการจ่ายชำระค่าบัตรไม่ตรงเวลา บัตรเครดิตแต่ละใบก็จะมีรอบการตัดยอดที่ต่างกันออกไป  เราควรจะชำระเงินให้ตรงต่อเวลาที่กำหนดจะได้ไม่เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินมาจ่ายหนี้บัตรเครดิตตามกำหนด  และการมีบัตรเครดิตหลายใบ แต่ละใบมีกำหนดชำระที่แตกต่างกัน อาจทำให้ลืมวันที่ต้องชำระ หรือจำสลับกันจนผิดนัดชำระหนี้บัตรเครดิตก็เป็นไปได้ดังนั้นเราควรจำวันชำระให้ดีๆ

สรุปท้าย?
บัตรเครดิตเป็นบัตรที่สามารถทำให้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้นมาได้ในพริบตาเดียวหรือเพียงไม่ถึงนาที ทำให้เราได้กิน ได้เที่ยวตามความต้องการที่ใจอยากจะทำอยากจะไปได้ หรือได้ช็อปปิ้งซื้อของตามความต้องการของเรา และเราสามารถสะสมพอยท์ แล้วเอาพอยท์มาแลกเป็นเงินหรือแลกไฟท์เที่ยวบินได้ แต่บัตรเครดิตก็มีข้อเสีย อยู่มากมายไม่ต่างจากข้อดี ถ้าหากเราใช้ผิดจุดประสงค์ ถ้าหากเราใช้เกินความจำเป็นกับรายได้ของเราอาจะทำให้เรามีสภาพทางการเงินที่ติดขัดขึ้นมาได้ก่อนจะสมัครใช้บัตรเครดิต หรือก่อนจะใช้บัตรเครดิตขอแนะนำว่าควรศึกษาดอกเบี้ย เงื่อนไข และวิธีการใช้ให้ดีก่อนด้วย จะได้ไม่เป็นปัญหาตามมาที่หลังสภาพทางการเงินจะได้คล่องตัว  จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยนะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

บทความที่คุณอาจสนใจ