FINDERCARDS พันธมิตรผู้ให้บริการสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อออนไลน์ Online ผ่านเว็บไซต์ธนาคารโดยตรง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ 100%

วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต

"วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต"

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเป็นค่าปรับที่เราจะต้องจ่ายให้กับทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน ถ้าหากมีการรูดบัตรเครดิต แล้วเราเลือกวิธีชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นแบบการผ่อนเป็นงวดๆเราก็จะเสียดอกเบี้ยนั้นเอง ส่วนมากอัตราดอกเบี้ยที่ใช้คิดคำนวณดอกเบี้ยจะเป็นแบบดอกเบี้ยคงที่  แต่ถ้าหากว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกับดอกเบี้ยใดๆทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินต้องแจ้งรายละเอียดให้เราทราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าด้วย  และเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการคำนวณดอกเบี้ยนั้นขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ในการคำนวณดอกเบี้ยก็คือนับตั้งแต่วันที่เรารูดบัตรเครดิตหรือเบิกถอนเงินสดนั้นเอง ถือว่าการศึกษาวิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตจึงสำคัญมากๆเรื่องหนึ่งเหมือนกันนะเพราะถ้าหากเรารู้วิธีคิดดอกเบี้ยเป็นเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับดอกเบี้ยในจำนวนมากๆ เราจึงมาพูดถึงเรื่องรายละเอียดดอกเบี้ยกัน

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะเกิดขึ้นเมื่อเราชำระหนี้ตามรายการที่ไม่เต็มจำนวนวงเงินที่ระบุเอาไว้ในบิล จะชำระขั้นต่ำหรือขาดไปสักกี่บาทก็ตามก็จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้นมาทันที การคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตก็จะแบ่งคำนวณเป็น 2 ส่วน คือทางธนาคารทางสถาบันการเงินจะคิดจากยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่วันบันทึกรายการ ไปจนถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่ายและอีกวิธีที่จะคิดจากยอดคงค้างตั้งแต่วันที่ชำระขั้นต่ำไปจนถึงวันสรุปยอดของเดือนถัดไป อย่างเช่นถ้าหากว่าเรารูดบัตรเครดิตซื้อโทรศัพท์มือถือ จำนวน 10,000 บาท ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะสรุปยอดค่าใช้จ่ายให้กับเราทุกๆวันที่ 25 ของเดือน  แล้วจะกำหนดชำระเงินทุกวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ซึ่งธนาคารและสถาบันทางการเงินจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม 20% ต่อปี ต่อมาในวันที่ 10  ของเดือนถัดไป เราจะต้องชำระเงินจ่ายขั้นต่ำ 10% ถ้าเราทำผิดเงื่อนไขทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินจะคิดดอกเบี้ยเราทันทีสูงสุดถึง 18% ต่อปีกันเลยทีเดียว แล้วจะนับย้อนหลังตั้งแต่วันที่เรารูดซื้อสินค้าไปจนถึงวันที่จ่ายยอดทั้งหมดครบ แล้วถ้าหากเรายังไม่จ่ายชำระหนี้ตามบิลเราก็ถูกคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันวนไปแบบนี้ ส่วนระยะเวลาชำระหนี้คืนโดยปลอดดอกเบี้ยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 45ถึง55 วัน  แล้วก็จะขึ้นอยู่กับทางสถาบันทางการเงินหรือธนาคารจะกำหนดเอาไว้ในเงื่อนไข

วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต

การใช้บัตรเครดิตนั้นถ้าหากเราใช้ไปในทางที่ดี ก็จะส่งผลไปในที่ดี ทำให้การเงินของเราคล่องตัว แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เราเกิดปัญหาทางการเงินได้ แล้วถ้าการเงินของเราติดขัดอาจจะทำให้จ่ายบิลชำระหนี้ไม่ตรงต่อเวลาส่งผลให้เราเสียประวัติทางการเงินได้ หรือไม่ก็ทำให้แผนการเงินของเราพังได้ง่ายๆ แล้วเรารู้ไหมว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นแพงเอาเรื่องมากเลยนะ เรามาดูกันว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นจะคิดยังไง แล้วคำนวณมันออกมายังไงกัน ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเกิดขึ้นได้ใน 2 กรณี ก็คือจ่ายไม่ครบหรือจ่ายแค่ขั้นต่ำ แต่จะไม่รวมโปรโมชั่นในการผ่อนชำระ 0% และกดเงินสดออกมาใช้ล่วงหน้า ดอกเบี้ยบัตรเครดิต = (ยอดใช้จ่าย x อัตราดอกเบี้ย x จำนวนวัน) / 365 แล้วถ้าหากเราผิดเงื่อนไข เราจะโดนทางธนาคารหรือทางสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยทันทีสูงสุด 18% ต่อปี จะนับย้อนหลังตั้งแต่วันที่รูดซื้อสินค้า จนถึงวันที่จ่ายยอดทั้งหมดครบ แล้วแบ่งเป็นช่วงเวลาได้เป็น 4 ช่วงเวลาในการคิดดอกเบี้ย นั้นก็คือ

ช่วงที่ 1 วันที่รูด จนถึง วันสรุปยอดคือดอกเบี้ยเงินต้นส่วนแรกคิดจากยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชี ตั้งแต่วันรูดสินค้า ถึงวันสรุปยอด

ช่วงที่ 2 วันสรุปยอด จนถึง วันครบกำหนดชำระคือดอกเบี้ยเงินต้นส่วนที่สองคิดจากยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชี ตั้งแต่วันสรุปยอด ถึงวันครบกำหนดชำระ หากเราจ่ายครบเต็มจำนวน ธนาคารจะไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยในส่วนตัวข้างต้น แต่หากจ่ายไม่ครบจะโดนเรียกเก็บดอกเบี้ยเต็ม ๆ ทุกบาท ทุกสตางค์

ช่วงที่ 3 วันครบกำหนดชำระ จนถึง วันสรุปยอดงวดถัดไปคือดอกเบี้ยค้างชำระส่วนแรกคิดจากยอดค้างชำระตั้งแต่วันครบกำหนดชำระ ถึงวันสรุปยอดงวดถัดไป

ช่วงที่ 4 วันสรุปยอดงวดถัดไป จนถึง วันสรุปยอดงวดถัดไปงวดไปคือดอกเบี้ยค้างชำระส่วนที่สองคิดจากยอดค้างชำระตั้งแต่วันสรุปยอดงวดถัดไป ถึงวันครบกำหนดชำระงวดถัดไป

วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเมื่อจ่ายขั้นต่ำ

จะบอกว่าการจ่ายแบบขั้นต่ำเป็นวิธีที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่  เราจะไม่ขอแนะนำวิธีนี้นะเพราะดอกเบี้ยมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มันเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เราเลือกที่มันเลือกไม่ได้เลยจะดีกว่า และสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าถ้าเราจ่ายขั้นต่ำไปแล้ว จะต้องคำนวณดอกเบี้ยแบบไหนวันนี้เราจะมาอธิบายกัน

วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเมื่อจ่ายขั้นต่ำ จ่ายขั้นต่ำอัตราดอกเบี้ยที่ 18% ต่อปี การคิดดอกเบี้ยจะถูกคิดเป็น 2 ส่วนก็คือดอกเบี้ยที่ใช้จ่ายและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ในบิลแรกคือดอกเบี้ยจะยังไม่ได้คิด แต่ในรอบเดือนถัดไปปิดยอดการใช้จ่ายในเดือนต่อไปทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะเริ่มคิดดอกเบี้ยเราเลยนะ

ในส่วนที่ 1  ดอกเบี้ยส่วนแรก คือ ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย แต่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 18%
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย = เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด / จำนวนวัน 1 ปี  

ในส่วนที่ 2 ดอกเบี้ยส่วนที่สอง คือ ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ดอกเบี้ยค้างชำระที่จะคิดจากเงินต้นคงเหลือที่จ่ายขั้นต่ำไป โดยคิดจากวันที่เราชำระไป จนถึงวันปิดยอดในรอบล่าสุดแล้วระหว่างวันดังกล่าวไม่มีการใช้จ่ายเพิ่ม และคิดกับดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 20%
ดอกเบี้ยค้างชำระ = เงินต้นคงเหลือที่จ่ายขั้นต่ำไป X ดอกเบี้ย 18% x จำนวนวันที่ชำระ-วันปิดยอดในรอบล่าสุด/ 365 วัน

และหลังจากที่เราจ่ายขั้นต่ำครั้งแรกในรอบบิลเดือนต่อมา ยอดที่เราจะต้องชำระ คือจำนวนหนี้จะพอกพูนขึ้น หากเรายังทยอยจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนไปเรื่อยๆเงินต้นก็จะไม่ลดลงและสุดท้ายถ้าหากว่าเราไม่รีบปิดบิลชำระหนี้เต็มจำนวน ก็จะเพิ่มดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงินที่เยอะขึ้นแล้วสุดท้ายจะบานปลายไปจะเป็นหนี้เสียได้

การคิดดอกเบี้ยจากการเบิกถอนเงินสด

สำหรับดอกเบี้ยจากการเบิกถอนเงินสดนั้นการเบิกเงินสดล่วงหน้านั้น จะนับตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสดจนถึงหนึ่งวันก่อนวันที่ชำระคืนหรือวันตัดรอบบัญชี  ในการคำนวณดอกเบี้ยที่จะใช้วันที่เบิกถอนเงินสดในการคำนวณดอกเบี้ยทางธนาคารทางสถาบันทางการเงินจะทำการคำนวณดอกเบี้ยโดยที่จะนำดอกเบี้ยจากการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า และดอกเบี้ยจากการชำระคืนขั้นต่ำมาเรียกเก็บรวมกันในวันสรุปยอดบัญชี คือ วิธีคำนวณดอกเบี้ยจากการเบิกถอน

  • เงินสดจำนวนเงินที่เบิกถอนเงินสดล่วงหน้า x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน และวิธีการคำนวณดอกเบี้ยจากการชำระคืนขั้นต่ำ 
  • ค่าใช้จ่ายรอบบัญชีที่ผ่านมา (ทุกรายการ คิดทีละรายการ) x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน 
  • ยอดเงินคงค้างของยอดรอบบัญชีที่ผ่านมา x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน 
  • ยอดเงินคงค้างรอบบัญชีที่ผ่านมาหักจำนวนเงินที่ชำระ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน
วิธีเริ่มคิดดอกเบี้ยจากการเบิกถอนเงินสด

ในรายการที่จะต้องชำระหนี้ค่าสินค้าและหรือค่าบริการ จะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ธนาคารบันทึกรายการ รายการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่บัตรทำรายการ จนถึงวันที่ชำระเงินครบถ้วนตามจำนวนเงินที่เบิกถอน

1. จำนวนเงินสดจำนวนเงินที่เบิกถอนเงินสดล่วงหน้า x อัตราดอกเบี้ยต่อปี  x จำนวนวัน  นับจากวันที่เบิกถอนจนถึงหนึ่งวันก่อนที่ธนาคารจะได้ชำระคืน หรือวันสรุปยอดบัญชี แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

2. จำนวนเงินสดจำนวนเงินที่เบิกถอนเงินสดล่วงหน้า x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน  นับจากวันที่บันทึกรายการของยอดค่าใช้จ่ายรอบบัญชีที่ผ่านมา จนถึงวันสรุปยอดบัญชีที่ผ่านมา

3. จำนวน  ยอดเงินคงค้างของยอดรอบบัญชีที่ผ่านมา x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน  นับจากวันสรุปยอดบัญชีที่แล้ว จนถึงหนึ่งวันก่อนวันที่ธนาคารฯ ได้รับเงินชำระขั้นต่ำ 

4. จำนวน ยอดเงินคงค้างรอบบัญชีที่ผ่านมาหักจำนวนเงินที่ชำระ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน  นับจากวันที่ชำระเงินขั้นต่ำ จนถึงวันสรุปยอดบัญชีปัจจุบัน

สรุปบทความ “วิธีการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต”

การคำนวณดอกเบี้ยส่วนมากถ้าเป็นบัตรเครดิตจะคิดแบบดอกเบี้ยเงินต้นคงที่ จะนำเงินต้นและวันที่กู้มาคิดดอกเบี้ยตลอดอายุจนชำระหนี้ตามบิลหมด ดังนั้นการจะคิดดอกเบี้ยโดยวิธีใดนั้น ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะเป็นผู้กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต ในการชำระหนี้นั้นเราสามารถจ่ายชำระแบบการจ่ายขั้นต่ำได้แต่มันเป็นวิธีที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ไม่ขอแนะนำ การจ่ายแบบขั้นต่ำก็ไม่ผิดแต่แค่มันจะไปเพิ่มตัวดอกเบี้ยทำให้มีภาระเพิ่มหรือทำให้ดอกเบี้ยเป็นก้อนที่ใหญ่ขึ้น อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตเมื่อเราจ่ายขั้นต่ำดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 18% ต่อปี การคิดดอกเบี้ยจะถูกคิดเป็น 2 ส่วน คือ ดอกเบี้ยส่วนแรกเป็นดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย แต่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 18%  และดอกเบี้ยที่ค้างชำระในบิลแรกดอกเบี้ยจะยังไม่ได้คิดก็คือดอกเบี้ยส่วนที่สองเป็นดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ดอกเบี้ยค้างชำระที่จะคิดจากเงินต้นคงเหลือที่จ่ายขั้นต่ำไป  แล้วคิดจากวันที่เราชำระไป จนถึงวันปิดยอดในรอบล่าสุดแล้วระหว่างวัน ไม่มีการใช้จ่ายเพิ่ม และคิดกับดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 20% แล้วจะนับย้อนหลังตั้งแต่วันที่รูดซื้อสินค้าไปจนถึงวันที่จ่ายยอดทั้งหมดครบ แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลาในการคิดดอกเบี้ยคือวันที่รูดจนถึงวันสรุปยอด,วันสรุปยอดจนถึงวันครบกำหนดชำระ,วันครบกำหนดชำระจนถึงวันสรุปยอดงวดถัดไป,วันสรุปยอดงวดถัดไปจนถึงวันสรุปยอดงวดถัดไปงวดไป แม้เราจ่ายครบเต็มจำนวนในรอบบิลถัดไป ธนาคารก็จะยังคงเรียกเก็บดอกเบี้ยทั้งยอดใช้จ่ายและยอดค้างชำระทั้ง 4 ส่วนมารวมกัน ยิ่งถ้ายังไม่รีบนำเงินไปปิดหนี้บัตรเครดิต ก็จะทำให้ยอดค้างชำระนี้ยังอยู่และถูกคิดดอกเบี้ยวนไปเรื่อย ๆ นั่นเอง เมื่อเราศึกษาและรู้รายละเอียดดอกเบี้ยและวิธีคิดแล้วก่อนที่จะใช้บัตรเครดิตก็อย่าลืมวางแผนทางการใช้เงินดี ๆด้วยนะ เพราะถ้าหากเรารูดบัตรเครดิตแบบไม่คิด และจ่ายไม่ตรงตามในระยะเวลาที่ใบแจ้งหนี้ระบุมาในบิลรับรองว่ามีหนี้ก้อนโตแน่นอนเลยต้องระวังกันด้วยนะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

บทความที่คุณอาจสนใจ