FINDERCARDS พันธมิตรผู้ให้บริการสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อออนไลน์ Online ผ่านเว็บไซต์ธนาคารโดยตรง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ 100%

เครดิตบูโร คืออะไร

เครดิตบูโรคืออะไร?
คำว่า เครดิตบูโรคืออะไรหลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดกัน หรือสงสัยว่ามันคืออะไร มันมีหมายถึงอะไรและทำหน้าที่ยังไงกันแน่นะ วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยกัน เครดิตบูโรเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลหรือที่เรียกอีกชื่อว่า บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำหน้าเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติทางการชำระหนี้หรือสินเชื่อทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเอาไว้ แล้วจึงส่งข้อมูลให้กับทางสถาบันทางการเงินหรือทางธนาคาร และบริษัทที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรนั้นเอง เครดิตบูโรมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูล รักษาข้อมูล รวบรวมและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าเท่านั้นแต่จะไม่ได้มีหน้าลงบัญชีว่าติดแบล็คลิส เครดิตบูโรแค่รวบรวมประวัติการชำระหนี้ทางการเงิน ไม่ใช้การติดแบล็คลิสตามที่ใครๆเข้าใจและข้อมูลที่จัดเก็บหรือประวัติรายการชำระหนี้ในเครดิตบูโรจะมีอยู่ 2 ข้อมูลหลักๆ

ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับลูกค้า
คือข้อมูลจริงๆของลูกค้าก็คือข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด แต่จะไม่มีการจัดเก็บหมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลที่อยู่ที่ลูกค้าแจ้งกับสถาบันการเงิน และบริษัทที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโรประมาณนี้

ข้อมูลสินเชื่อได้รับอนุมัติและประวัติการชำระหนี้
คือเป็นประวัติการชำระหนี้ที่เราชำระหนี้ที่มีอยู่ในแต่ละธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงิน และจะมีข้อมูลที่สำคัญคือสรุปข้อมูลบัญชีสินเชื่อ ที่จะบอกว่าลูกค้ามีสินเชื่ออยู่ทั้งหมดกี่บัญชี สามารถใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลหรือโต้แย้งได้กี่บัญชี มีประเภทและเลขที่บัญชีของสินเชื่อ มีชื่อผู้ให้สินเชื่อ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ และวงเงินที่ใช้ไปแล้วเท่าไหร่ สถานะของบัญชีที่ปกติหรือที่ ปิดบัญชี การพักชำระหนี้ การค้างชำระหนี้ รายละเอียดการชำระหนี้ แล้วก็จะแสดงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา ทั้งที่ชำระตรง ชำระล่าช้าแค่ไหน วันที่เปิด ปิดบัญชีข้อมูลประมาณนี้

เราจะขอข้อมูลเครดิตบูโรที่ไหนได้บ้าง?
หลายๆคน อยากที่จะเช็คประวัติข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเอง เพื่อเช็คว่ามีหนี้ติดค้างอยู่หรือไหม หนี้ที่อาจจะไม่ใช้ที่เราสร้างขึ้นมา หรือเพื่อประวัติเพื่อที่จะดูเครดิตบูโรเพื่อจะขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิตต่างๆช่องทางในการขอและวิธีการตรวจเครดิตบูโรสามารถขอได้ทางนี้เลย

  • ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรทั้ง 4 สาขา รับรายงานได้ภายใน 15 นาที
  • ที่ทำการไปรษณีย์ เฉพาะสาขาที่ให้บริการ สอบถาม Contact Center หรือจะโทร.1545 หรือ จะทางเว็บไซส์ก็ได้ www.thailanpost.com จะมีแบบส่งรายงานกลับไปให้ภายใน 7 วัน แล้วทางไปรษณีย์ลงทะเบียนมีค่าบริการ 150 บาท
  • ธนาคารที่เป็นตัวแทนรับคำขอตรวจเครดิตบูโร (เฉพาะกรณีธรรมดาเท่านั้น)
  • บริการยื่นคำขอตรวจเครดิตบูโรผ่านตู้ ATM ถ้าเรามีบัตรธนาคารไหนให้เราใช้ตู้ ATM ของธนาคารนั้นได้เลย แค่เพียงเสียบบัตรทำรายการผ่านหน้าจอเลือกเมนู ตรวจเครดิตบูโร จะจัดส่งรายงานกลับภายใน 7 วันทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ค่าบริการ 150 บาท เราสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากทางบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดหรือจะเป็นทาง Call Center ก็ได้ โทร.0-2643-1250 เหมือนกันนะ

ข้อมูลเครดิตบูโรไม่ตรงตามประวิติ? 
ปกติแล้วเครดิตบูโรจะไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะต้องส่งข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าเข้าไปที่เครดิตบูโรตอนไหนเวลาไหนบ้าง แต่แค่กำหนดเป็นหลักการไว้ว่าจะต้องส่งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นข้อมูลปัจจุบันเท่านั้น แต่ถ้าหากพบว่ามีความไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับข้อมูลประวัติการชำระ เราต้องแจ้งเพื่อแก้ไข แล้วจัดส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่เครดิตบูโรต่อไป ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะส่งกันเดือนละครั้ง ก็คือถ้าเราติดหนี้ค้างชำระอยู่ตอนต้นเดือน และในระหว่างกลางเดือนเราชำระหนี้ครบหมดแล้วไม่มีหนี้ค้างชำระอีกต่อไป แต่จะยังแสดงข้อมูลอยู่ว่าเรายังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ก็ได้ถ้าธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินนั้นยังไม่ได้ อัพเดตข้อมูลล่าสุดเข้าไปที่เครดิตบูโร การรายงานข้อมูลเครดิตบูโรเราอาจจะเจอว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้อัพเดต เราก็สามารถดำเนินการแก้ไข้ได้ คือเราสามารถแจ้งไปกับทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินที่เราเคยใช้บริการหรือเคยเป็นลูกหนี้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง หรือไม่อัพเดต เพื่อเป็นการผลักดันเรื่องให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงินทำเรื่องแก้ไขเข้าไปที่เครดิตบูโรต่อไป  อีกวิธีคือเราก็สามารถเดินเรื่องเข้าไปที่เครดิตบูโรได้ด้วยตัวเองได้เลยหรือขอกรอกแบบฟอร์ม คำขอโต้แย้ง และยื่นแบบฟอร์มนี้ไปที่สถานที่ยืนขอเช็คหรือตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร เมื่อได้รับแบบฟอร์มนี้แล้ว เครดิตบูโรมีหน้าที่ตามที่จะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับ แต่ถ้าหากเกิดมีการโต้แย้งกันขึ้นมาและไม่อาจหาข้อยุติได้ เครดิตบูโรจะบันทึกข้อโต้แย้งพร้อมหลักฐานประกอบของเราไว้ในระบบข้อมูลต่อไป 

เครติดบูโรต่างจากติดแบล็คลิสอย่างไร?
เครดิตบูโรเป็นประวัติการชำระหนี้กับทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะชะรำตรงตามที่ระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ ล่าช้ามากเกินไป หรือแม้แต่การชำระเกินกำหนดล่าช้าแค่เพียงครั้งเดียวก็ทำให้เสียประวัติทางการเงินได้ แล้วก็รายการชำระหนี้ก็จะปรากฏไปอยู่ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรหรือทางบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดจะรายงานการเคลื่อนไหวของข้อมูลเครดิตนั้นเอง ติดแบล็คลิส หมายถึงการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถขอยื่นสินเชื่อหรือขอบัตรเครดิตได้อีกครั้ง หากไม่ทำการชำระหนี้ให้หมดสิ้นก่อนแล้วรอเวลาถึงจะสามารถขอสินเชื่อได้อีกครั้ง ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบ 3 ปี เราถึงจะสามารถขอสินเชื่อใหม่หรือบัตรเครดิตใหม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยื่นแล้วจะผ่านการอนุมัติเสมอไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินแล้วก็จะมีหลักเกณฑ์และนโยบายที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการติดแบล็คลิสกับเครดิตบูโรทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน และทำหน้าที่ต่างกันด้วยอย่าเข้าใจกันผิดอีกนะว่ามันคือเรื่องเดียวกัน

เหตุผลที่ควรตรวจเครดิตบูโร
ส่วนมากที่คนจะตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรกัน คือตรวจสอบว่าเราเป็นหนี้หรือป่าว หรือมีหนี้อะไรที่เราไม่ได้สร้างขึ้นหรือป่าว เพื่อดูว่ามีใครนำข้อมูลของเราไปแอบอ้างไม่อย่างเช่นการนำสำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารการเงินต่างๆไปใช้ในการกู้เงินกับทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินต่างๆ หรือเป็นการเช็ค หรือตรวจสอบดูว่าประวัติการชำระเงินที่ผ่านมาเป็นอย่างไงบ้าง ถ้าหากเราชำระหนี้ที่ค้างชำระหมดแล้ว สถานะทางบัญชีของเรามียอดหนี้เป็นศูนย์ ถ้าหากพบข้อมูลที่ไม่ถูกเราก็สามารถขอแก้ไขข้อมูลได้ ประวัติทางการเงินจะได้ไม่เสีย อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำไมเราควรตรวจเครดิตบูโรเป็นเหมือนการเตรียมตัวก่อนที่จะไปขอสินเชื่อหรือขอบัตรเครดิตแล้วถ้าหากเราอยากจะขอสินเชื่อเมื่อไหร่ เราจะได้มีข้อมูลได้เลยทันที

คิดเครบูโร ติดกี่ปีหมด?
ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะส่งข้อมูลประวัติติดค้างชำระหนี้มาให้ทางเครดิตบูโรทุกเดือน ไม่ว่าเราจะการค้างชำระหรือชำระหนี้ตามระยะเวลาปกติก็ตาม แล้วเครดิตบูโรจะบันทึกข้อมูลไปเรื่อยๆ ทั้งหมดให้ครบ 3 ปีนั้นเอง และข้อมูลใหม่ก็จะบันทึกแทนที่ข้อมูลเก่าหรือประวัติล่างสุดจะถูกลบไปนั้นเอง แล้วเมื่อเราได้ชำระหนี้ ไปจนครบหมดเรียบร้อยแล้วจนยอดหนี้เหลือศูนย์บาท ก็จะมีสถานะบัญชีเป็นการปิดบัญชีไปในตัวและทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินก็จะไม่ส่งข้อมูลให้กับทางเครดิตบูโรนั้นเอง เมื่ออายุครบ 3 ปีแล้ว ก็จะค่อยๆถูกลบข้อมูลไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องรอ 3 ปีให้ข้อมูลถึงจะหายแต่ในกรณีผิดนัดชำระหนี้ และค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน ทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินจะส่งข้อมูลการค้างชำระหนี้ให้เครดิตบูโรทุกๆเดือน ต่อเนื่องอีกเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี แต่ก็ไม่ใช่ว่าครบ 3 ปีแล้วจะกู้ใหม่ได้นะ ก็ควรชำระเงินให้ตรงตามกำหนดจะดีที่สุดนะ

ติดบูโรยูอยู่ ขอสินเชื่อได้ไหม?
ทางด้านของเครดิตบูโรไม่ได้บันทึกสถานะบัญชีของเราว่าติดเครดิตบูโรอยู่หรือเปล่า จะมีแต่ประวัติในการชำระหนี้เท่านั้นที่แสดงสถานะบัญชีของเราเอาไว้ แล้วเวลาที่เราจะขอกู้ซื้อบ้านหรือแม้แต่จะขอกู้เพื่อออกรถ ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้เรา ถ้าหากประวัติการชำระหนี้ของเราในเครดิตบูโรไม่ดีหรือประวัติเสียกับการค้างชำระหนี้อยู่บ่อยๆ มีการชำระไม่ตรงตามเวลาบ้าง แล้วยังปิดหนี้เดิมไม่หมดบ้าง ทางธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มีสิทธิที่จะไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับเรา เพราะกลัวว่าเราจะไม่สามารถชำระหนี้คืนเงินได้ ติดเครดิตบูโรอยู่ไม่สามารถขอสินเชื่อหรือขอบัตรเครดิตได้นั้นเองก็ต้องรอไปก่อนจนถึง 3 ปีจนประวัติค้างชำระหนี้หายไปหรือประวัติการค้างชำระหนี้ไม่ได้บันทึกไว้แล้ว ระหว่างที่เรารอก็ทำประวัติให้ดี เดินบัญชีธนาคารให้ดี มีเงินเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ จ่ายบัตรเครดิตให้เต็มวงเงิน และมีเงินเก็บในบัญชีเอาไว้บ้างเพื่อที่เวลาขอจะได้อนุมัติเร็วขึ้น

สรุปบทความ “เครดิตบูโร คืออะไร”
สรุปก็คือว่าเครดิตบูโรเป็นบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติทางการชำระหนี้หรือสินเชื่อทุกประเภทเลยแหล่ะ แล้วก็จะส่งข้อมูลให้กับทางสถาบันทางการเงินหรือทางธนาคาร เครดิตบูโรมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูลสินเชื่อของเราหรือของลูกค้าเท่านั้นนะแต่จะไม่ได้มีหน้าลงบัญชีว่าเราติดแบล็คลิสแต่อย่างใด เครดิตบูโรแค่จะรวบรวมประวัติการชำระหนี้ทุกทางไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ด้วยและข้อมูลที่จัดเก็บหรือประวัติรายการชำระหนี้ในเครดิตบูโรจะมีอยู่ 2 ข้อมูลหลักๆ ข้อมูลแรกเป็นข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับลูกค้าที่มีชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด อาชีพ หรือแม้แต่เลขบัญชีบัตรประชาชนก็จะระบุไว้เป็นต้น อีกข้อมูลก็จะเป็นข้อมูลสินเชื่อได้รับอนุมัติและประวัติการชำระหนี้ คือเป็นประวัติการชำระหนี้ที่เราชำระหนี้ที่มีอยู่ในแต่ละธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงิน คือสรุปข้อมูลบัญชีสินเชื่อ ที่จะบอกว่าลูกค้ามีสินเชื่ออยู่ทั้งหมดกี่บัญชี สามารถใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลหรือโต้แย้งได้กี่บัญชี มีประเภทและเลขที่บัญชีของสินเชื่อ มีชื่อผู้ให้สินเชื่อ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ และวงเงินที่ใช้ไปแล้วเท่าไหร่แบบนี้ แล้วเมื่อมีลุกค้าหรือใครก็ตามที่ต้องการที่จะสมัครเพื่อขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิต ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินก็จะขอเรียกดูประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าแต่จะมีการเปิดเผยข้อมูลภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนดกับเครดิตบูโรเท่านั้น ในส่วนเรื่องเครดิตบูโรกับแบล็คลิสก็จะทำหน้าที่ต่างกันด้วยนะไม่ใช่เส่วนเดียวกันนะแยกให้ออกกันด้วย การติดแบล็คลิสหมายถึงการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถขอยื่นสินเชื่อได้อีกครั้ง หากไม่ทำการชำระให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วรอเวลาถึงจะสามารถขอสินเชื่อได้อีกครั้ง และถ้าหากเราพบว่าข้อมูลเครดิตบูโรไม่ตรงตามประวัติที่อัพเดตเราสามารถแจ้งไปยังเครดิตบูโรเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ และเรายังสามารถตรวจสอบหนี้สิน หรือประวัติการชำระหนี้ได้ด้วย แต่ถ้าหากใครที่ยังมีประวัติการชำระหนี้เครดิตบูโรที่ไม่ดีอยู่จะไม่สามารถขอสินเชื่อหรือขอบัตรเครดิตได้นะ ให้รู้ไว้เลยจะได้ระมัดระวังในหรือการชำระหนี้ให้ดีจะได้ไม่เสียประวัติ แล้วจะต้องรอไปจนถึง 3 ปีเลย หรือรอจนประวัติค้างชำระหนี้จะหายไป ระหว่างที่เรารอเราก็ควรที่จะเดินบัญชีธนาคารให้ดี มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ จ่ายบัตรเครดิตให้เต็มวงเงิน เพื่อที่เวลาเราขอสินเชื่อจะได้อนุมัติเร็วขึ้นนั้นเอง  อย่างไงก็ตามถ้าเราเป็นหนี้ เราก็ควรจ่ายชำระหนี้ให้ตรงตามระยะเวลาที่ทางธนาคารหรือทางสถาบันทางการเงินกำหนดเอาไว้ จะได้ไม่ติดเครดิตบูโรกันนะจ๊ะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

บทความที่คุณอาจสนใจ